ทนายกฤษณะ เผยหลักฐานชิ้นสำคัญคลิปเสียงโบ-กระติก ที่คุณแม่ไม่เชื่อ

คดีปริศนาการพลัดตกเรือของดารานักแสดงสาว แตงโม นิดา ยังคงไม่จบลงง่ายๆ เมื่อนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของแตงโม พร้อมด้วยทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความคดีคนใหม่จะเดินทางไปยื่นเรื่องขอถอดถอนออกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ดีเอสไอ

หลังจากก่อนหน้านี้นางภนิดาเห็นชอบและเซ็นมอบหมายให้ทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ทนายความคนแรกของคดี นำหลักฐานไปเข้ายื่นเรื่องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ในคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นคดีที่สวนทางกันระหว่างทนายกฤษณะ

ซึ่งเป็นทนายความคนแรกกับทนายเดชา ซึ่งเป็นทนายคนที่สองที่เข้าทำคดีแทนต่อจากทนานกฤษณะที่ถูกปลดไป

ล่าสุดทนายกฤษณะ กล่าวว่า แต่หลังจากที่ตนถูกเปลี่ยนตัวออกกลางอากาศ ไม่ให้ทำคดีนี้แล้ว ก็ไม่รู้เหมือนว่าทำไมคุณแม่ถึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ ทั้งที่แนวทางก่อนหน้านี้จะเห็นฟ้องกับตนอยู่ด้วยเลย จึงเดินเรื่องไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ

แต่หลังเปลี่ยนทนายใหม่แล้ว คุณแม่กลับจะเดินทางไปขอถอนเรื่องออกไม่ให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจากการที่คุณแม่ได้คุยกับตำรวจนายหนึ่งหรือไม่ ที่ไปบอกกับคุณแม่ว่าการที่ปล่อยให้ตนนำเรื่องพร้อมเอกสารไปยื่นถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษจะทำให้เรื่องวุ่นวายไม่จบ คดีจะเกิดความล่าช้าและตำรวจไม่ปลื้ม เพราะหลังจากนั้นไม่กี่วัน ตนก็ถูกคุณแม่โทรมาแจ้งว่าได้แต่งตั้งทนายคนใหม่ให้เข้ามาทำคดีแทน

ทนายกฤษณะ เปิดเผยอีกว่า คดีนี้มีหลักฐานสำคัญอยู่ชิ้นหนึ่งที่ตนพยายามติดตามหาข้อเท็จจริงอยู่ก่อนที่จะถูกสั่งปลดออกอย่างกะทันหัน เป็นคลิปเสียงภายในรถจากกล้องหน้ารถคันที่นักร้องดัง โบ ทีเค เป็นคนขับรถกลับมาจากอู่เรือพร้อมกับกระติก ผู้จัดการส่วนตัวแตงโม

ที่เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเรือให้กับโบ ทีเค ฟังหลังเกิดเหตุที่งแตงโมพลัดตกเรือไป จนต่อมาทางโบ ทีเค ถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า คนบนเรือไม่พูดความจริงทั้งหมด

ซึ่งตนพยายามติดตามหลักฐานชิ้นนี้จากตำรวจที่ทำคดี ซึ่งคุณแม่ก็รับรู้และได้ยินได้เห็นคลิปเสียงนี้แล้ว ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีนี้

สุดท้ายคุณแม่กลับไม่เชื่อถือในหลักฐานชิ้นนี้ และทนายใหม่ก็ไม่ให้ตนพูดถึงหลักฐานชิ้นนี้ด้วย ตนถึงไม่ทราบว่าหลังจากที่ถูกปลดออกมาแล้ว หลักฐานสำคัญในคดีนี้ไปถึงตรงไหนแล้ว และทำไมในวันนี้คุณแม่จึงเปลี่ยนใจที่จะเดินทางไปถอนคดีนี้ออกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณแม่เป็นคนเซ็ต์เอกสารให้ตนไปดำเนินการด้วยซ้ำ เพราะถ้าไม่มีเอกสารเป็นลายเซ็นของคุณแม่แล้ว ตนคงไม่สามารถนำเรื่องไปยื่นกับกรมสอบสวนคดีพิเศษได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.